วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

1 Litre of Tears [บันทึกน้ำตา 1 ลิตร]

เรื่องเก่านำมาเล่าใหม่ด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

Ikeuchi Aya แสดงโดย Erika Sawajiri


ละครเรื่อง 1 Litre of Tears สร้างขึ้นมาจาก ไดอารี่ ที่คิโตะ อายะ เด็กผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายตลอดชีวิต ได้บันทึกไว้จำนวนทั้งสิ้น 46 เล่ม ที่พิมพ์เป็นหนังสือในชื่อ 1 Litre of Tears ที่ทำให้ชาวญี่ทุกคนรวมไปถึงหลายๆ ประเทศที่ตีพิมพ์รู้สึกประทับใจเสมอมา หนังสือ 1 Litre of Tears นี้ยังได้สรุปบันทึกที่ คิโตะ ชิโอกะ แม่ของอายะ เขียนเอาไว้ในเรื่อง "อุปสรรคของชีวิต" รวมอยู่ในนั้นด้วย

ละครเรื่องนี้ ได้แทนนามสกุลจริง คิโตะ เป็น นามสกุล อิเคอูจิ แต่น่าเสียดายที่ได้อ่านฉบับภาษาไทยกลับแปลได้ไม่ประทับใจเท่าที่ควร (เป็นความคิดเห็นส่วนตัว)

" ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ " นี่คือ ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้

ตลอดระเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษานี้ คิโต อายะ เกิดปี 1962 เป็นโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในตอนอายุ 14 ปี เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่างแต่ในขณะเดียวกันสมองกลับรับรู้ได้อย่างเป็นปรกติ มันน่าทรมานหัวใจเพียงใดที่ไม่สามารถบังคับส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ในขณะที่ใจรับรู้ทุกเรื่อง  ซึ่งไดอารี่ทั้ง 46 เล่มนี้ ก็คือบันทึกการต่อสู้กับโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ จนถึงตอนที่อายะไม่สามารถ ควบคุมแขนของตัวเองให้เขียนได้ เสมือนเป็นเสียงตะโกนที่ร้องขอการมีชีวิตอยู่ต่อ จากส่วนลึกของหัวใจเธอ


ภาพจากละครแสดงถึงการร่วมต่อสู้กับโรคร้ายของครอบครัวของเธอ ช่างเป็นเรื่องที่ให้กำลังใจเสียเหลือเกิน

วันที่ 23 พฤษภาคม 1988 อายะทิ้งความประทับใจเอาไว้ในโลกนี้ และเดินทางสู่สรวงสรรค์ รวมอายุได้ 25 ปี ร่วม 11 ปี ที่เธอต้องต่อสู้กับโรคร้ายชนิดนี้อย่างทรมาน

" โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ " นี่คืออีก ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆที่เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปกับโรคร้ายนั้น ทุกๆวันที่ถูกรายล้อมไปด้วย ความรักทั้งของครอบครัว และคนรัก และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ร้องไห้และหัวเราะด้วยกัน อยากใช้ชีวิตกันต่อไป เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้

" ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร " เป็นอีก คำพูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยากทำให้เพื่อนทุกคน ในห้องต้องลำบากใจ เพราะเพื่อนๆในห้องส่วนใหญ่กลัวจะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้ อายะ สามารถจดตามได้ทัน เนื่องจากเมื่ออายะ เป็นโรคนี้แล้ว ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลาจะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ โดยที่จริงๆแล้ว อายะ ไม่อยากจะไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้บอกกับเพื่อนๆว่า กว่าเธอจะตัดสินลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร


อายะ คิโตะ ตัวจริงในขณะที่โรคดังกล่าวเพิ่งแสดงอาการ

เพิ่มเติม
โรค Spinocerebellar Degeneration คือ โรคที่ยังไม่สามารถรักษาได้ อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้อาการจะค่อยๆเป็นหนักขึ้นอย่างช้าๆ แต่สำหรับบางคนอาการของโรคทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มทำให้ ขาเดินได้ลำบาก จนต่อมาจะเดินไม่ได้ แขนและมือที่เคยจับเขียนได้ ก็จะค่อยๆจับและเขียนลำบาก จนสุดท้ายก็จะเขียนไม่ได้ การรับประทานอาหารก็จะลำบากขึ้นและจะสำลักบ่อยครั้ง บางคนอาจถึงตายได้เนื่องจากอาหารติดคอ ผู้ป่วยจะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพราะยิ่งอาการหนักขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เองมากขึ้นเท่านั้น เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถรักษาจนถึงปัจจุบัน ทำได้เพียงพยายามชะลอให้อาการทรุดหนักช้าลง เท่านั้น


อายะ คิโตะ ขณะที่อาการได้กำเริบมากขึ้นถึงขั้นเขียนบันทึกไม่ได้แล้ว เธอพยายามใช้นิ้วชี้ตัวอักษรเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้คุณแม่ได้รับทราบ

ละครเรื่องนี้ได้ออกอากาศในเมืองไทยมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในทาง Free TV รวมไปถึง Cable TV ที่นำมาลงในบันทึกนี้ เพียงเพื่อที่แบ่งปันความประทับใจและความซาบซึ้งให้กับทุกคน... ขอไว้อาลัยแด่เธอนิรันดร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น